แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

ระบบแบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในระบบไมโครกริดของเกาะจิก แบตเตอรี่ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชุมชนมีไฟฟ้าใช้ในตอนกลางคืนจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เก็บสะสมไว้ในช่วงเวลากลางวัน แต่ถว่า ด้วยประสิทธิภาพที่ลดลงของแบตเตอรี่ในปัจจุบันอุปกรณ์ในการกักเก็บพลังงานของชุมชนนั้นเสื่อมสภาพลงอย่างช้าๆ การกักเก็บพลังงานที่เก็บสะสมในแบตเตอรี่ ณ ปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในช่วงเวลาประมาณ 3 นาฬิกา ซึ่งหมายความว่าหลังจากเวลานี้แล้ว เกาะจิกจะไม่มีไฟฟ้าใช้จนกว่าจะมีการเริ่มเดินระบบเครื่องปั่นไฟดีเซลล์ที่ไม่ยั่งยืนในช่วงเวลาประมาณ 5 ถึง 6 นาฬิกา

โครงการเกาะจิกรีชาร์จมีจุดมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบตะกั่ว-กรดด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบใหม่ ซึ่งโครงการนี้จะเป็นโครงการที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในระบบไมโครกริดแห่งแรกในประเทศไทย

การใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนนั้นส่วนใหญ่จะใช้อยู่ในระบบยานพาหนะไฟฟ้า (EV) แต่มันยังสามารถนำไปใช้กับภาคส่วนอื่นๆได้อีกเช่นกัน ในการนำไปใช้ในระบบไมโครกริดนั้นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะสามารถช่วยให้ระบบมีความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น (จากความสามารถในการกักเก็บพลังงานที่ยอดเยี่ยม) และยังสามารถลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงอีกด้วย

ระบบแบตเตอรี่ในปัจจุบัน

ปัจจุบันระบบไมโครกริดบนเกาะจิกดำเนินการโดยแบตเตอรี่แบบตะกั่ว-กรดขนาด 240 กิโลวัตต์ที่มีการควบคุมโดยวาล์ว แบตเตอรี่นั้นได้มีการติดตั้งในช่วงต้นปี พ.ศ. 2555 และกำลังจะหมดอายุลงซึ่งปกติแล้วแบตเตอรี่ชนิดนี้จะมีอายุประมาณ 5-7 ปี

การอัพเกรดเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

การที่มีความนิยมของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มขึ้นทั่วโลกนั้นสามารถอธิบายได้จากหลายปัจจัย หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนนั้นเป็นประเภทแบตเตอรี่ที่น่าสนใจสำหรับโครงการไมโครกริดแบบเกาะจิกนั้นคืออายุการใช้งานของตัวแบตเตอรี่ ซึ่งมีอายุการใช้งานได้ถึง 1500-2000 รอบ ในระหว่างที่แบตเตอรี่แบบตะกั่ว-กรดมีอายุการใช้งานประมาณ 500-1000 รอบเท่านั้น ความแตกต่างของอายุการใช้งานนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะสามารถผลิตและกักเก็บไฟฟ้าที่สะอาดสำหรับชุมชนในอีกหลายปีข้างหน้าด้วยความคาดหมายว่าจะมีราคาต่อกิโลวัตต์กักเก็บที่ต่ำลง นอกจากนี้แบตเตอรี่ลิเธี่ยมไอออนมีน้ำหนักที่เบากว่าแบตเตอรี่แบบตะกั่ว-กรดถึง 3 เท่าและยังใช้พื้นที่ที่น้อยกว่าซึ่งทำให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับชุมชนบนเกาะขนาดเล็กเมื่อต้องคำนึงถึงการบำรุงรักษาหรือการเปลี่ยนแบตเตอรี่ การที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานรวมถึงประสิทธิภาพในการชาร์จของแบตเตอรี่เกือบ 100% (เปรียบเทียบกับ 85% ของแบตเตอรี่แบบตะกั่ว-กรด) ทำให้แบตเตอรี่ลิเธียมไออนเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

อีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกแบตเตอรี่ลิเธี่ยมไอออนสำหรับโครงการอย่างเช่นโครงการรีชาร์จคือความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากการที่ตัวแบตเตอรี่ มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ต่ำกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่นๆและยังสามารถนำไปทำลายหรือนำกลับไปใช้ใหม่ได้ง่ายกว่า ทำให้เป็นแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยและโดยรวมแล้วสะอาดกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่นๆอีกด้วย

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ณ ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าที่สูงกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่น แต่ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงนั้นถูกกว่าแบตเตอรี่แบบตะกั่ว-กรด เนื่องจากอายุการใช้งานที่นานกว่าและประสิทธิภาพที่มากกว่า

© 2018 by Koh Jik ReCharge